ReadyPlanet.com
dot dot
Business in ASEAN 10 countries

Business in ASEAN 10 countries

1. AEC ประเทศกัมพูชา
 ประเทศกลุ่ม CMLV ที่เป็นส่วนหนึ่งของ ASEAN ด้วยตัว C คือ กัมพูชา (Cambodia)เพื่อการปะติดปะต่อเตรียมตัวต่อการเข้าสู่ AEC (ASEAN Economic
Community) แล้ว นำท่านไปทราบถึงส่วนลึกของสองจังหวัดใหญ่ของกัมพูชา คือ กรุงพนมเปญ และจังหวัดเสียมราฐ (เสียมเรียบ)และจังหวัดโดยรอบ จังหวัด
พระตะบอง เคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศไทยช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนที่ไทยจะเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศส ตามสนธิสัญญาไทย-
ฝรั่งเศส ลงวันที่ 23 มีนาคมพ.ศ.2449 จึงยังมีคนเชื้อสายไทยหลงเหลืออยู่ ทาให้สามารถใช้ภาษาไทยสื่อสารได้และสามารถใช้สกุลเงินบาทของไทยจับจ่ายใช้สอย
ได้ จังหวัดพระตะบองมีความแตกต่างทางรายได้ที่เห็นได้ชัด อันเป็นผลมาจากการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่มาจากการถือครองที่ดิน
 โดยเฉพาะในหมู่เจ้านายข้าราชการ ทหารเขมรแดงเก่าที่อาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดน และมีรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากผลผลิตทางการเกษตร
รวมถึงรายได้จากการเช่าพื้นที่ทาการเกษตรจากคนไทย ส่วนภาคแรงงานก็มีแรงงานชาวพระตะบองที่เข้ามาทางานในประเทศไทยจำนวนมากมี ทั้งถูกและผิด
กฎหมายทาให้มีความคุ้นชินต่อสินค้าไทยและสินค้าไทยเป็นที่นิยม อย่างโดดเด่นทั่วทั้งพระตะบอง จึงอาจกล่าวได้ว่า ประเทศไทย มีความได้เปรียบเชิงพื้นที่เมื่อ
เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆจังหวัดพระตะบอง ยังมีจังหวัดอีกหลายจังหวัดอยู่รอบๆ ที่มีอาณาเขตติดกันเสมือนเมืองบริวาร เช่น จังหวัดบันเตียเมียนเจย
จังหวัดโพธิ์สัต จังหวัดไพลิน และบางครั้งก็เลยไปถึงจังหวัดเสียมราฐด้วยซึ่งรวมประชากรของกลุ่มจังหวัด นี้ถึง 2.17 ล้านคน และที่นำสนใจคือทุกจังหวัดมีพรมแดน
ติดต่อประเทศไทย ตั้งแต่อำเภอตาพระยาจังหวัดสระแก้ว ถึงอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด โดยเฉพาะจังหวัดบันเตียเมียนเจย มีเมืองเอกคือเมืองศรีโสภณ ที่เป็นที่พัก
สินค้าที่นาเข้าจากฝั่งโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วของประเทศไทย และในจังหวัดบันเตียเมียนเจยนี้เองมีโครงการ”เขตนิคมอุตสาหกรรมเขตปอยเปต
โอเนียง หรือ POSEZ”ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 10 กิโลเมตร จะมีอุตสาหกรรมในเรื่อง สิ่งทอ การแปรรูปการเกษตร เครื่องนุ่งห่มและเสื้อผ้าสาเสร็จรูป เครื่อง
จักรกลการเกษตร และเครื่องจักรด้านพลังงาน ส่วนจังหวัดไพลินอยู่ติดจังหวัดจันทบุรีของประเทศไทยตรงข้ามด่านชายแดนถาวร บ้านผักกาด ประมาณ 22
กิโลเมตร เศรษฐกิจหลักคือการเกษตรกรรมและการปศุสัตว์ และมีแหล่งพลอยที่ใหญ่ที่สุดแต่ปัจจุบันทางการไม่อนุญาตให้ขุดพลอยแล้ว จังหวัดโพธิสัตว์เป็นจังหวัด
เป้าหมายที่มีการลงทุนระบบชลประทานด้วยการสร้าง เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นแหล่งสำรองพลังงานไฟฟ้าของประเทศ

2. AEC ประเทศพม่า 
 การ เปิดประเทศของพม่าช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างประเทศหลายแห่งสนใจ ทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น รวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน
เนื่องจากพม่ายังมีทรัพยากรธรรมชาติจานวนมาก ทั้งแหล่งปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ประเทศคู่แข่งผลิตปาล์มน้ำมัน
หรือ ยางพารา ของไทย เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย นางนฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า ขณะนี้ ทางการพม่าได้เปิดสัมปทานให้นักลงทุนจาก
ต่างประเทศเข้าไปเช่าพื้นที่ปลูกพืช ทางการเกษตรได้นับล้านไร่ ในบริเวณเขตพื้นที่ย่านตะนาวศรี หรือพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศพม่า โดยทางการพม่าได้มีการ
แบ่งเขตโซนการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดอย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้ ได้มีการประกาศให้ผู้สนใจสามารถเข้าไปติดต่อแจ้งความประสงค์ขอเช่าพื้นที่ เพื่อเข้าไปปลูกพืช
เกษตรตามโซนที่กำหนด จากการเข้าไปสำรวจก่อนหน้านี้พบว่ามีพื้นที่ ที่เหมาะสาหรับปลูกพืชทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ที่ทางการพม่าเปิดให้เอกชนจากต่าง
ชาติเข้าไปเช่าพื้นที่ แต่พบว่ายังมีรายละเอียด ขั้นตอนและเงื่อนไขต่างๆ ที่ทางการพม่าได้กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ อาทิเช่น จะต้องมีการถ่ายทอดความรู้ด้านการ
เพาะปลูก การกรีดยาง การทายางแผ่นให้กับชาวพม่าที่สนใจเป็นต้น รวมถึงระเบียบการนำสินค้าที่ผลิตได้ออกนอกประเทศที่ทางการพม่าค่อนข้างจะมี กฎเกณฑ์ที่
ละเอียดมาก จำเป็นที่จะต้องศึกษาในรายละเอียด เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหา แต่สิ่งที่จูงใจสำคัญ คือ แรงงานที่มีราคาถูก รวมถึงอัตราค่าเช่าที่ดินที่พม่ากำหนดให้เช่า
ได้ในระยะยาว 10-30 ปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จูงใจ  
 ดัง นั้น เพื่อให้ภาคเอกชนที่สนใจเข้าใจในกฎเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ทางหอการค้าจังหวัดระนอง จึงได้ประสานไปยังหอการค้า จ.เกาะสอง เพื่อร่วม
หารือนอกรอบเพื่อพูดคุยในรายละเอียดที่ยังเป็นที่สงสัย ก่อนที่จะเอกชนจาก ระนองจะตัดสินใจเข้าไปเช่าพื้นที่ปลูกพืชเกษตรในฝั่งประเทศพม่า ซึ่งพบว่ามีพื้นที่ที่
เหมาะสม อยู่ติดแนวพรมแดนด้าน จ.ระนองกว่าแสนไร่ ซึ่งหากสามารถดาเนินการในเงื่อนไข และกฎระเบียบได้ก็จะส่งผลดีต่อการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มของ
เกษตรกรที่สนใจจาก ประเทศไทยที่จะเข้าไปปลูกปาล์มน้ำมันขณะนี้  มี ความเคลื่อนไหวจากประเทศคู่แข่งอุตสาหกรรมปาล์มของไทย คือ ประเทศมาเลเซีย ได้เข้า
มาเช่าสัมปทานพื้นที่ปลูกปาล์มในประเทศพม่าในย่านเขตตะนาวศรี ที่มีพรมแดนติดกับจังหวัดระนองถึงจังหวัดเกาะสองแล้วไม่ต่ำกว่า 200,000 ไร่ เพราะนโยบาย
และการสนับสนุนของรัฐบาลมาเลเซีย ที่ต้องการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มออกนอกประเทศ เนื่องจากพื้นที่ในประเทศที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประกอบ
กับประเทศพม่ากาลังเปิดกว้างให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้าไปเช่าพื้นที่ ในประเทศพม่าเพื่อปลูกพืชเกษตรได้ โดยเฉพาะปาล์มน้ามัน และยางพารา ก่อนหน้านี้ ภาค
เอกชนไทย รวมถึงตนเองก็ได้เดินทางเข้าไปยังประเทศพม่ามาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อดูสภาพพื้นที่ ที่รัฐบาลทหารพม่าประกาศให้สัมปทานระยะยาวในการปลูกพืชด้าน
การเกษตรโดยเฉพาะ ปาล์มน้ามัน และยางพาราในย่านเขตตะนาวศรีนับล้านไร่ ซึ่งโดยสภาพพื้นที่มีความน่าสนใจมาก เพราะมีสภาพภูมิศาสตร์ ทำเลที่ตั้งที่เหมาะ
แก่การปลูกปาล์ม หรือยางพาราเป็นอย่างมาก ซึ่งมีเอกชนไทย ให้ความสนใจเป็นอย่างมากเช่นกัน แต่ที่ผ่านมา ยังไม่กล้าเข้าไป
 เนื่อง จากหวั่นเกรงเรื่องนโยบายของรัฐบาลทหารพม่าที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง หากเข้าไปลงทุนมากๆ โดยไม่มีหลักประกันถือเป็นการเสี่ยงเกินไปที่
จะเข้าไป แต่จากที่ราคาสินค้าทางการเกษตรขยับพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งผู้ที่เข้าไปก่อนหน้านี้ ไม่มีปัญหาแต่ประการใด ทาให้ขณะนี้ ภาคเอกชนและนักลงทุนจากไทยต่างให้
ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการหาพื้นที่ปลูกพืชเกษตรอย่างปาล์มน้ามันที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้ รวมถึงยางพารา

3. AEC ประเทศลาว
  การสัมมนา “โอกาสและประสบการณ์การลงทุนของ SMEs ไทยใน สปป.ลาว”ที่ จัดขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ
และสมาคมลาว-ไทยเพื่อมิตรภาพที่ผ่านมา นำนักธุรกิจผู้เชี่ยวชาญ ในธุรกิจเอสเอ็มอีใน สปป.ลาว มาเปิดเผยถึงโอกาสของการเข้าถึงตลาดใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน

เสถียรภาพการเมืองลาวมั่นคง
 นายบดินทร์ สาระโนทยาน กรรมการบริหารเครือบริษัทเทมปลาร์ จำกัด ผู้บุกเบิกธุรกิจสัมปทานป่าไม้ในสปป.ลาวในยุคเริ่มแรกเมื่อ 19 ปีก่อน พร้อมกับ
เริ่มกรุยทางธุรกิจโรงแรม กล่าวว่า ต้องเข้าใจธรรมชาติหรือวัฒนธรรมของ สปป.ลาวเสียก่อนและต้องเข้าใจทิศทางการพัฒนาแผนแม่บททางเศรษฐกิจของ
สปป.ลาว ว่าค่อยเป็นค่อยไปแต่ชัดเจน นักลงทุนไม่ควรกังวลต่อตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของลาว ข้อดีที่ส่งเสริมการเข้ามาทำธุรกิจใน สปป.ลาวอย่างยิ่ง
คือ เสถียรภาพทางการเมืองของลาวมั่นคง และผู้เข้ามาลงทุนสามารถใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากร หรือยกเว้นภาษีเป็น 0% ในการผลิตเพื่อส่งออกไปยังยุโรป
และสหรัฐฯ ได้เต็มที่ด้านคำแนะนำต่อธุรกิจการโรงแรม นายบดินทร์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอันดับแรกคือการเช่าที่ดิน ซึ่งค่อนข้างหาได้ลำบาก และต้องเข้าใจว่า
การโรงแรมซึ่งพึ่งพาการท่องเที่ยวของลาวขึ้นอยู่กับ เสถียรภาพการเมืองไทยสูง เพราะที่ลาวไม่มีสนามบินขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวต้องเดินทางเข้า ผ่านทางไทยหรือ
เวียดนาม พิษการเมืองไทยที่ผ่านมาทำให้โรงแรมในเวียงจันทน์ร้างมาแล้วช่วงก่อนหน้านี้

มองนโยบายรัฐ ก่อนจับธุรกิจใหม่
 นาย ณฐพล ปัญจศิลา ผู้อำนวยการ บริษัท รุ่งเรืองลาวโลจิสติกส์ ผู้บุกเบิกธุรกิจโลจิสติกส์ใน สปป.ลาวแนะนำว่า คอนเน็กชั่นในการทำธุรกิจเป็นเรื่อง
สำคัญมาก นับแต่แรกเริ่มจนปัจจุบัน ธุรกิจขนส่งวัสดุก่อสร้างในลาวยังทำรายได้ดี เนื่องจากลาวมีโครงการก่อสร้างจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญด้าน
การคมนาคมมีสูง ต้องสำรวจเส้นทางให้ชำนาญปัจจุบันประเทศลาวกำลังพัฒนา แต่ก็คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วย ช่องทางการจับธุรกิจใหม่ ๆ หากมองถึงนโยบาย
ของรัฐ มีแนวโน้มไปได้ดี ประสบการณ์ส่วนตัวที่จับธุรกิจใหม่อีกด้านคือ การสร้างพื้นที่การกีฬาและเก็บค่าเช่าแก่ผู้ออกกำลังกาย ทั้งสนามฟุตบอลหญ้าเทียมและ
สระว่ายน้ำ ซึ่งสร้างบนพื้นที่ 7 ไร่ใจกลางเมือง ธุรกิจนี้เป็นไปได้ดี และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่สนับสนุนการกีฬา

ตลาดใหม่ กำลังซื้อสูง
 นายฉัตรพลชัย ปัญญาธรรมบดี ผู้อำนวยการบริษัท มหทุนเช่าสินเชื่อ ดำเนินกิจการธุรกิจเช่า-ซื้อจักรยานยนต์ใน สปป.ลาวมา 11 เดือน ซึ่งประสบความ
สำเร็จอย่างมาก กล่าวว่า ตลาดลาวไม่ใหญ่ ข้อเสียอยู่ที่ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนชัดเจนขั้นต้นต้องเรียนรู้อุปนิสัยพฤติกรรมผู้ บริโภคลาวให้ชัดเจนคือ ไม่ชอบ
เป็นหนี้ สังเกตได้จากป้ายทะเบียนรถใน สปป.ลาว ที่มีแต่ป้ายสีเหลืองเต็มไปหมด เพราะหมายถึงซื้อเงินสด ส่วนป้ายสีขาวคือซื้อเงินผ่อน ซึ่งคนลาวจะอายมากหาก
ต้องขับรถป้ายทะเบียนสีขาว คุณภาพหนี้ในลาวดีมาก ไม่มีหนี้เสียอย่างแน่นอนนายฉัตรพลชัยมองว่า หากทำธุรกิจเช่า-ซื้อที่ สปป.ลาวจะพบขาขึ้น อีก 5 ปีรวย
แน่นอน เพราะยังมีกำลังซื้อสูง แม้คนลาวจะมีรายได้ไม่มาก แต่กล้าซื้อ และต่อต้านการใช้ของลอกเลียนแบบ ใช้แต่ของแท้เท่านั้น หากต้องการเข้ามาลงทุน การบ้าน
ที่ต้องทำ คือศึกษาข้อกฎหมายของลาวให้ดี เพราะข้อกฎหมายของลาวซึ่งต่างจากไทยที่พบในช่วงแรก คือลาวไม่มีกฎหมายเช่าซื้อ เมื่อจดทะเบียนทำธุรกิจเช่าซื้อจึง
ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นเช่าสินเชื่อ อิงตามกฎหมายเช่าสินเชื่อของลาว

ขยายธุรกิจสู่อาเซียน
 นายโกสินธิ์ ศรีศักดิ์ ตัวแทนเจ้าของธุรกิจร้านอาหารออนซอน และร้านกาแฟ Cash มอง ว่า ธุรกิจอาหารใน สปป.ลาวไม่ซับซ้อนอุปสรรคมีเพียงการเสาะ
หาทำเลที่เหมาะสม เนื่องจากอัตราค่าเช่าในเวียงจันทน์สูง และที่จอดรถไม่เอื้ออำนวย หนทางไปสู่การประสบความสำเร็จของนักธุรกิจไทยใน สปป.ลาว คือต้องใช้
ประโยชน์จากการที่คนไทยกับลาวคล้ายคลึงกันอย่างมาก ชอบบริโภคสินค้าไทย ชอบทำธุรกิจแบบผูกมิตรและช่วยเหลือพึ่งพากัน

4. AEC ประเทศสิงคโปร์
  สิงคโปร์ มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมไอซีทีมา อย่างต่อเนื่องกว่า30 ปี โดยในปัจจุบันมีการดาเนินแผน
ยุทธศาสตร์การสร้าง “โลกาภิวัตน์อัจฉริยะนคร” ที่ จะแล้วเสร็จในปี 2015 โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจสิงคโปร์ในการใช้ ประโยชน์
จากการพัฒนาด้านสารสนเทศและการสื่อสาร(Infocomm) เพื่อการพัฒนานวัตกรรมการแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ และการขยายตลาดในต่างประเทศ

ความสาเสร็จของการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลสิงคโปร์
 เห็น ได้จากผลสำรวจการใช้ประโยชน์ด้านสารสนเทศและการสื่อสารของธุรกิจในปี 2010 ที่พบว่าสัดส่วนของธุรกิจสิงคโปร์ที่ใช้คอมพิวเตอร์และ
อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูง ถึง 79% และ 77% ตามลาดับ โดยธุรกิจประมาณ 60% มีการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและมีธุรกิจที่ ใช้
อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์และมีการพัฒนาเว็บไซต์ขององค์กรสูงถึง 73% และ 41% ตามลาดับ ซึ่งจากข้อมูลยังพบว่าธุรกิจในอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร
มีความพร้อม ด้านนี้ถึง 100%

ธุรกิจของสิงคโปร์
 9 ใน 10 องค์กร มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการส่งและรับอีเมล์ และการค้นหาข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังพบว่ามีธุรกิจจานวนมากขึ้นเรื่อยๆที่ใช้อินเทอร์เน็ต
เพื่อพัฒนา ความร่วมมือภายในองค์กรอาทิการใช้งานระบบซอฟต์แวร์ร่วมกัน หรือการประชุมผ่านวิดีโอ เป็นต้นในด้านการใช้สมาร์ตโฟน พบว่า ธุรกิจที่มีการจ้าง
งานไม่ถึง 10 คนถึงกว่า 81% มีการใช้บริการสมาร์ตโฟน อาทิ การส่งข้อความสั้น (SMS)ใน การเข้าถึงลูกค้า ซึ่งจานวนนี้มาจากอุตสาหกรรมค้าปลีกและค้าส่งถึง
22% นอกจากนี้มีธุรกิจถึง 43% ที่ใช้สมาร์ตโฟนในการรับส่งอีเมล์ โดยที่เหลือใช้เพื่อการค้นหาข้อมูลและการพูดคุยผ่านข้อความออนไลน์

จากข้อมูลยังพบอีกว่า
 52% ของธุรกิจใช้บริการการชาระเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการใช้บริการดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในสิงคโปร์ สาหรับการฝึกอบรมด้านสารสนเทศ
และการสื่อสารให้กับพนักงานพบว่า มีธุรกิจของสิงคโปร์ประมาณ 17% ที่ลงทุนฝึกอบรมด้านนี้ ให้กับพนักงาน โดยพบว่าธุรกิจขนาดใหญ่จะให้ความสำคัญสูงกว่า
ธุรกิจขนาดเล็กและยังพบข้อมูล ว่าธุรกิจสิงคโปร์เกือบทั้งหมดมีการเพิ่มจานวนวันและค่าใช้จ่ายในด้านการฝึก อบรมให้กับพนักงาน โดยธุรกิจขนาดใหญ่จะมีการ
ลงทุนในด้านนี้สูงถึง 2 ล้านบาทต่อองค์กรต่อปี
 นอก จากนี้ จากผลการสำรวจอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสารของสิงคโปร์ปี2010 ยังได้ชี้ให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของ
อุตสาหกรรมด้านนี้ของ สิงคโปร์เป็นอย่างดี โดยพบว่าอุตสาหกรรม สารสนเทศและการสื่อสารของสิงคโปร์มีรายรับมูลค่าเกือบ1.8 ล้านล้านบาท เติบโตสูงขึ้น 12%
จากปีก่อนหน้า โดยอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์มีสัดส่วนสูงสุดคิดเป็น 53% ในขณะที่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และการให้บริการโทรคมนาคมมีสัดส่วนเท่ากันที่ 16%

สาหรับตลาดภายในประเทศ
 มี มูลค่าเกือบ 6 แสนล้านบาท เติบโตสูงขึ้น 7% โดยมีอุตสาหกรรมบริการโทรคมนาคมมีสัดส่วนสูงสุดคิดเป็น 34%รองลงมาคือการบริการไอที 28%
ฮาร์ดแวร์ 25% และซอฟต์แวร์ 8%ในตลาดต่างประเทศ พบว่า รายรับจากการส่งออกมีมูลค่า 1.2 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้น 15% โดยมีอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ครอง
สัดส่วนสูงสุด67% รองลงมาคือซอฟต์แวร์ 20% การบริการโทรคมนาคม 20% บริการไอที 4% และบริการคอนเทนต์ 1% รายได้จากการส่งออกมากกว่าครึ่งมา
จากการส่งออกไปยังประเทศในเอเชียด้วยกัน โดยมีภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดหลัก 20% ซึ่งสาหรับตลาดในอาเซียน สิงคโปร์มีการส่งออกไปยังอินโดนีเซียและ
มาเลเซีย มีสัดส่วนรวมกันสูงถึง 65%
 จาก ข้อมูลสถิติต่างๆ ที่กล่าวมา เราคงพอคาดการณ์ได้ว่าเมื่อถึงปี 2015 ซึ่งเป็นปีที่โลกาภิวัตน์อัจฉริยะนครเสร็จสมบูรณ์ สิงคโปร์คงได้ฉลองเอกราชครบ
50 ปีไปพร้อมๆ กับการประกาศเอกราชเหนือประชาชาติดิจิตอลในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแบบเบ็ด เสร็จ

5. AEC เวียดนาม
  เวียดนาม หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วพร้อมๆไปกับ
การพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีความรุดหน้าในหลายประเภทสินค้าแม้ว่าในช่วงปีที่ ผ่านมาจะเริ่มมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจแต่การขยายตัวในช่วงไตรมาสแรกและไตร
มาสสองของปีนี้ก็ดีขึ้นเป็นลำดับ (4.0% และ 4.5%) สวัสดิ์ โสภะ เลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม และกรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการ
ผลิตสุราและเทคนิค บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงลู่ทางการค้าและการลงทุนในเวียดนามที่ยังเปิดกว้าง แม้จะมี
อุปสรรคและความท้าทายบางประการรออยู่

สินค้าคุณภาพของไทยเป็นที่นิยม
 เมื่อพูดถึงการนับถอยหลังสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจเดียวกันในปี2558 ทางเวียดนามเขาก็มีความเตรียมพร้อม เท่าที่ทราบมา เขามีการเตรียมการโดย
เฉพาะในเรื่องของการลดภาษีลงมาเหลือ 0% ในปี 2558 เหมือนกับประเทศอื่นๆในอาเซียน นอกจากนี้ยังมีการสัมมนา การให้ข้อมูลแก่ภาคธุรกิจและประชาชน
เหมือนๆกับที่เราทำอยู่ เป็นการเตรียมความพร้อมในลักษณะ “รู้เขา รู้เรา” ซึ่ง จะช่วยในเรื่องการรับมือและแข่งขัน เป็นการรู้เขา รู้เรา ซึ่งรวมถึงในแง่ภาษา
วัฒนธรรม รวมทั้งการเรียนรู้รสนิยมหรือสิ่งที่ผู้บริโภคของเขาชื่นชอบในสินค้าประเภท ต่างๆ ผมว่าไทยเองก็ต้องเตรียมรับมือแบบรู้เขา รู้เราเช่นกัน หากเราต้องการ
นำสินค้าไปขายเวียดนาม โดยเฉพาะพวกผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ที่ใช้ต้นทุนการผลิตน้อย โอกาสก็ยังมีอยู่มากโดยการนำสินค้าผ่านชายแดน
ทางภาคอีสาน สามารถขนส่งโดยใช้ถนนเส้น R9 ซึ่งก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเชื่อมจากไทยที่มุกดาหาร ผ่านไปลาว ไปเวียดนามโดยใช้เวลาไม่มากนัก เป็นเส้นทาง
ที่เราใช้ค้าขายกันได้ ผู้ค้าของเราเองต้องตื่นตัว ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดก็ต้องตื่นตัวด้วย จะทำให้การค้าขายเพิ่มพูนขึ้นได้ในอนาคตข้างหน้า ในเรื่องของการ
ค้าขายนั้น ไทยเราค่อนข้างได้เปรียบเพราะแบรนด์เนมสินค้าไทยเป็นที่ชื่นชอบของคน เวียดนามอยู่แล้ว เวลาเขามาเมืองไทยก็จะมาซื้อสินค้าจากไทยกลับไปกันเยอะ
เอาใส่กระเป๋าใบใหญ่ๆกันไป เพราะสินค้าบ้านเรามีคุณภาพ ดังนั้นโอกาสสินค้าไทยที่จะเข้าไปสู่ตลาดเวียดนามหลังภาษีเหลือ 0% ในปี 2558 นั้นผมว่าจะมีมากขึ้น
ส่วนการลงทุน ไทยเราเข้าไปลงทุนในเวียดนามนานหลายปีแล้วและมีความต่อเนื่อง อีกทั้งโอกาสและศักยภาพของเวียดนามที่จะเอื้อต่อนักลงทุนต่างชาตินั้นก็ยัง
มีอยู่อีกมากเพราะเป็นประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่มดาวรุ่งกำลังพัฒนา หรือ new emerging economies มีการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรป
และอเมริกาที่เศรษฐกิจกำลังแย่
สำหรับอุตสาหกรรมที่น่าเข้าไปลงทุนในเวียดนาม
  มี ความหลากหลายซึ่งบริษัทไทยก็ได้เข้าไปลงทุนอยู่แล้วหลายราย เช่น อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์ กล่องกระดาษ พลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง พวก
ภาชนะ นอกจากนี้ ที่ผมมองว่าน่าจะไปได้ดีคืออุตสาหกรรมด้านไอที-คอมพิวเตอร์ เพราะมันจะเข้ามารองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเราจะเห็นได้ว่า
ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหลายมีความจำเป็นจะต้องใช้เทคโนโลยีทางด้านนี้ เยอะแทนระบบ Manual ที่จะหมดไป แล้วมีระบบ digital เข้ามาแทน
การแข่งขันและความท้าทาย
 ใน แง่อุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากเวียดนามเองก็เป็นแหล่งผลิตอาหารเหมือนกับไทย เราซึ่งเขาเองก็อุดมสมบูรณ์ โอกาสของผู้ส่งออกของไทยจึงเป็น
พวกอาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป ส่วนข้าวนั้น ข้าวเวียดนามระดับคุณภาพยังต่างจากของไทยซึ่งไทยเรามีข้าวหอมมะลิที่ได้รับ การยอมรับจากสถาบันนานาชาติ
ว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลกขณะที่ เวียดนามมีคุณภาพด้อยกว่า ข้าวไทยเราจึงมีราคาสูงกว่า เป็นคนละตลาดกัน

สินค้าที่เวียดนาม
 เขามีความแข็งแกร่งก็คล้ายๆสินค้าโอท็อปของเราเป็นสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ง่าย แต่เขามีค่าจ้างแรงงานถูก
กว่าเรา ต่างกันตรงที่ว่าเวลานี้สินค้าของไทยเราจัดเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ผมจึงมองว่าโอกาสสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยเรายังมีอยู่มาก แต่แน่นอนว่า ด้วยค่าจ้าง
แรงงานที่ถูกกว่า สินค้าที่เขาใช้แรงงานมากเช่น สิ่งทอ ก็จะผลิตได้ถูกกว่าบ้านเรา เขาก็จะได้เปรียบเราถ้าลูกค้าไม่เน้นเรื่องคุณภาพมากนัก ถ้าหากเสื้อผ้าเครื่อง
นุ่งห่มของไทยอยากเข้าไปขายในเวียดนามก็ต้องเอาแบรนด์เนมเข้าไป

การเข้าไปลงทุนและค้าขายในตลาดเวียดนาม
 เวลา นี้ถือว่ายังไม่สายเกินไปแม้ว่าการเข้าไปปักหลักได้ก่อนจะมีความได้เปรียบ และมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า อย่างไรก็ตามที่บอกว่าไม่สาย เพราะตลาด
มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โอกาสจึงมีอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทนั้นๆ ที่จะเจาะเข้าไป ปัจจุบันไทยเองก็ได้เปรียบดุลการค้าเวียดนามอยู่แล้ว
ถามว่าความท้าทายมีเรื่องอะไรบ้าง ผมมองว่าที่ท้าทายที่สุดเป็นเรื่องของการกระจายสินค้า เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่มีพื้นที่ยาวมาก การขนส่งจึงลำบากมาก
ไม่ว่าจะขนจากเหนือลงใต้หรือจากใต้ขึ้นไปทางเหนือ ถ้าจะให้สะดวกต้องมีการตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่ตอนกลางของประเทศ ส่วนเรื่องการหาอาคารสำนักงานให้
เช่าในเวียดนามไม่มีปัญหาเพราะเขามีการก่อ สร้างอาคารใหม่ๆขึ้นอย่างต่อเนื่อง

6.AEC ประเทศไทย
 ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เน้นการทำเกษตรกรรม และมีสินค้าเกษตรมากพอที่จะทำการส่งออกไปยัง AEC โดยมีการส่งออกสินค้าจำพวก ยางพารา,
น้ำตาลทราย, ข้าว เป็นจำนวนมาก และยังมีสินค้าประเภทอุตสาหกรรรมที่ส่งออกเป็นอันดับต้นๆของอาเซียนด้วยเช่น อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า
เครื่องคอมพิวเตอร์ รถยนต์และส่วนประกอบ

จุดแข็ง
 -ไทย เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลายด้าน เช่น ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ หากมีการลงทุนหรือวิจัยก็อาจจะต่อยอดจากประเทศไทยที่มีโรงงาน
    ผลิตตั้งอยู่ แล้ว
 -สถาบัน การเงินของไทยมีความมั่นคง นักลงทุนสามารถระดมทุนจากสถาบันการเงินของไทยได้อย่างมั่นใจ และรัฐบาลมีแนวโน้มในการเปิดเสรีภาค
   การเงินอีกด้วย
 -เนื่องจากไทยตั้งอยู่ตรงกลางของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้มีความได้เปรียบในเรื่องศูนย์กลางต่างๆเช่น การคมนาคมทางบก, การคมนาคมทาง
   อากาศ, การค้า, การลงทุน หรือแม้กระทั้งศูนย์แสดงสินค้า
 -ไทยมีจุดเด่นเรื่องกาท่องเที่ยวที่ดีและราคาไม่แพงและคนไทยเป็นมิตรทำให้ส่งเสริมกันกับเรื่องของศูนย์การการคมนาคมทางบกและทางอากาศ
 -ไทยมีความสามารถด้านการแพทย์ที่ดีและราคาถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับ AEC ประเทศอื่นเช่น สิงคโปร์ และถ้าต่างชาติมารักษาที่ไทยก็จะส่งเสริมกันใน
   เรื่องการท่องเที่ยวในไทยอีกด้วย

จุดอ่อน
 -ไทย มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่มีความแน่นอน มีปัญหาด้านความคิดทางการเมืองภายในประเทศ และยังมีปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย
   บริเวณจังหวัดชายแดนใต้
 -ไทยยังคงมีปัญหาเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่รุนแรง และไม่จริงจัง โดยมีปัญหาหนักในเรื่อง เพลง, ภาพยนต์, software ต่างๆ
 -ปัญหาการจราจรในเมืองหลวงที่ติดขัด และบริเวณเมืองใหญ่ตามจังหวัดใหญ่ก็เริ่มมีปัญหาการจราจรเช่นกัน โดยเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑล
 -ประชาชนชาวไทยยังด้อยความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ที่จะเป็นภาษากลางในการสื่อสารเมื่อ AEC เริ่มดำเนินการ

โอกาส
 -ไทยมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการลงทุนที่นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาทักษะบุคลากร
 -ไทยเปิดเสรีทางการค้าอย่างเปิดกว้าง ไม่มีการปิดกั้น
 -การลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI ไม่ มีข้อจำกัดในเรื่องการถือหุ้นของต่างชาติ ไม่กำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ และไม่จำกัดปริมาณ
   ส่งออก และยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆที่ปรับสอดคล้องกับ WTO
 -BOI สนับสนุนอุตสาหกรรมหลักของไทยหลายสาขา คือ การเกษตร พลังงานทางเลือก ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ICT แฟชั่น บันเทิง สุขภาพ การท่องเที่ยว
   อุตสาหกรรมการเกษตร
 -ภาคบริการบางสาขาของไทยเช่น การแพทย์ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้มาตรฐานในราคาไม่แพง สามารถต่อยอดได้

อุปสรรค
 -ประเทศ ไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านค่าแรงที่ต่ำกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การผลิตที่ใช้แรงงานเป็นหลัก เช่นอุตสาหกรรมสิ่งทอ อาจจะถูกย้ายฐาน
   การผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่าเช่น ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ ผู้ประกอบการต้องปรับตัวไม่เช่นนั้นมีปัญหาแน่นอน
 -ภาษา อังกฤษของประชากรชาวไทยที่ทำธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปต้องพัฒนาทักษะภาษาด้าน ภาษาอังกฤษมิเช่นนั้นแรงงานจากต่างชาติที่ใช้ทักษะภาษา
   อังกฤษได้จะมาแย่งงาน

7.AEC ประเทศบรูไน

จุดแข็ง
- บรูไนเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการเติบโตของภาคที่มิใช่น้ำมัน โดยเฉพาะภาคการค้าปลีกและการค้าส่ง

การก่อสร้าง และการขนส่ง คมนาคมจะเป็นตัวส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป และรัฐ บาลพยายามที่จะผลักดันให้มีโครงการต่างๆ เกิดขึ้น
- รัฐบาลบรูไนส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยเฉพาะตามแผนพัฒนาฉบับที่ 8 เน้นการเติบโตของ

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
- ประเทศบรูไนให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนในด้านการลดอัตราภาษีนำเข้า เหลือร้อยละ 0-5

จุดอ่อน
- ขั้นตอนและกระบวนการสั่งซื้อและขนส่งสินค้าของบรูไนมีความไม่คล่องตัวโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชาวสิงคโปร์ร่วมลงทุนอยู่ด้วย

การนำเข้ามักจะขึ้นอยู่กับนักธุรกิจสิงคโปร์ ซึ่งต้องมีการขนส่งผ่านทางสิงคโปร์ก่อน

- ข้อจำกัดทางการค้าที่เคร่งครัดมาก เกี่ยวกับการกำหนดข้อบังคับในการนำเข้าสินค้าประเภท อาหาร ซึ่งจะต้องเป็นอาหารฮาลาลเท่านั้น

โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อโค กระบือ แพะ แกะ และไก่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่รับผิดชอบของบรูไนคือ กระทรวงศาสนา

โอกาส
- ประเทศบรูไนต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรหลายรายการเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ เช่น ข้าว ผัก และผลไม้ต่างๆ รวมถึงเนื้อสัตว์
- รัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน อุปกรณ์ และการหาตลาด รวมถึงการให้กู้ยืมเงินทุนเพื่อการลงทุนและงดเว้นภาษี

อุปสรรค

- เรือที่บรรทุกสินค้าไปบรูไนมีสินค้าเฉพาะเที่ยวขาไป แต่ไม่มีสินค้าในเที่ยวขากลับ ทำให้ต้นทุน การขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น

8.AEC ประเทศอินโดนีเซีย

การวิเคราะห์ในภาพรวมถึงศักยภาพด้านการลงทุนของอินโดนีเซียในจุดแข็ง/จุดอ่อน/โอกาส/อุปสรรคในการลงทุน มีข้อสรุปดังนี้

1) จุดแข็ง

-  เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียนด้วยกัน โดยมีประชากร มากถึง 240 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมดในอาเซียนที่มีประชากรรวม 560 ล้านคน

-  มีท่าเรือขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปและการขนส่ง สินค้าทางเรือใช้เวลา 5-7 วัน จากประเทศไทย

2) จุดอ่อน

-  การให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนของอินโดนีเซียยังค่อนข้างน้อย

-  ประเทศอินโดนีเซียมีห้องเย็นเพื่อเก็บรักษาสินค้ามีจำนวน น้อยและคุณภาพไม่ดีมากนัก ทำให้สินค้าเกิดความเสียหายได้โดยเฉพาะสินค้าประเภท ผักและผลไม้ เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศในเขตร้อน

โอกาส

  1. มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะการลงทุนในต่างประทศ และมีการปรับปรุงบรรยากาศให้เอื้อต่อการลงทุน
  2. เป็นตลาดขนาดใหญ่ จึงมีปริมาณความต้องการสินค้าและบริการมาก
  3. มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหรรมต่อเนื่องต่าง ๆ
  4. มีตลาดแรงงานขนาดใหญ่ ค่าจ้างแรงงานต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน
  5. ผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร
  6. ภาวะทางการเมืองและสังคมมีเสถียรภาพ และมั่นคงมาก ทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและเข้ามาลงทุนมากขึ้น
  7. ปรับโครงสร้างของภาคราชการให้มีความคล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งนโยบายปราบรามคอร์รัปชั่น

อุปสรรค

  1. มีกฎระเบียบที่มีลักษณะเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า (NBTs)ได้แก่ มาตรการห้ามนำเข้า (เช่น สินค้าข้าว) การขออนุญาตนำเข้า การขออนุญาตขึ้นทะเบียน อย. และมาตรการด้านสุขอนามัย ซึ่งมีความยุ่งยากในทางปฏิบัติและใช้เวลานาน
  2. ยังมีการคอร์รัปชั่นในระบบราชการ ซึ่งยังมีอยู่ในหลบายขั้นตอน ถือเป็นต้นทุนในการประกอบธุรกิจในอินโดนีเซียสูง
  3. มีกฎระเบียบบางอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ เช่น การขออนุญาตประกอบธุรกิจ ซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนและใช้ระยะเวลานาน
  4. ระบบโครงสร้างพื้นฐานการลงทุน เช่น ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ไม่เพียงพอในบางพื้นที่หรือมีคุณภาพไม่ดีพอ

9.AEC ประเทศฟิลิปปินส์

จุดแข็ง

-  มีแรงงาน ที่มีความรู้ด้าน IT จำนวน มาก ทำให้ฟิลิปปินส์สามารถพัฒนาและส่งออก สินค้า IT ในระยะเวลาอันสั้น

-  ประชากร ค่อนประเทศมีความรู้ ภาษาอังกฤษ แต่จุดแข็งนี้เริ่มลดลงในปัจจุบัน คนที่ไม่รู้ภาษา อังกฤษมีเพิ่มขึ้น และผู้ที่รู้ก็ใช้อย่างไม่ถูกต้องนัก 

ทำให้มีการส่งคนออกไปทำงานต่างประเทศ และนำรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้น

และมีกำลังซื้อมากขึ้น และเป็นสิ่งดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ หากมีการพัฒนาด้านอื่นๆ  เช่น สาธารณูโภคขั้นพื้นฐาน อาจจะดึงนักลงทุนไปจากไทยได้

-  ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น สัตว์น้ำ ทรัพยากรแร่ พื้นที่ การเกษตรทางภาคใต้

-  เป็นตลาดที่มีศักยภาพในด้านปริมาณ เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก

จุดอ่อน

-  มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบราชการอยู่เสมอ กฎระเบียบเข้มงวดและหลายขั้นตอน

-  มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงสูงในทุกระดับ แม้แต่การเสนอขายสินค้าให้กับบริษัทห้างร้านใหญ่ๆก็ต้องจ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง

-  สหภาพแรงงานแข็งแกร่งและมีบทบาทมาก ทำให้ค่าจ้างแรงงานสูง และมีการเรียกร้องค่าแรงเพิ่มเสมอ ผู้ประกอบ การหลบเลี่ยงปัญหาโดยจ้างคนงาน

ต่ำกว่า 6 เดือน เพื่อมิให้สามารถเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานได้ ทำให้คนงานไม่มีความชำนาญ

-  ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีการจับตัวเรียกค่าไถ่ แม้รัฐบาลกำลังปราบปรามโจรก่อการร้ายอยู่ แต่ยังไม่หมดสิ้นลง ทำให้นักท่องเที่ยวจาก

ต่างชาติไม่เข้ามาเที่ยวในประเทศ ทั้งๆที่มีธรรมชาติสวยงาม โดยเฉพาะทะเลทางตอนใต้ของประเทศซึ่งเป็นที่ซ่องสุมของผู้ก่อการร้าย

-  สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมีไม่เพียงพอ ไฟฟ้า ดับบ่อย เส้นทางคมนาคมไม่สะดวก ไม่สามารถรองรับการขยายตัวด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้เต็มที่

-  ประชากรโดยทั่วไปมีลักษณะนิสัยค่อนข้างเฉื่อยชา ทำงานไม่ละเอียดรอบคอบ และไม่ซื่อสัตย์ ธรรมเนียมการให้/รับเงินทิป ทำให้ทุกคนหวังว่าจะต้อง

ได้รับสิ่งตอบแทนทุกครั้งที่ทำอะไรสักอย่างแม้จะเป็นงานในหน้าที่

โอกาส

-  ไทยสามารถแลกเปลี่ยนสินค้ากึ่งสำเร็จรูป เพื่อใช้ในการผลิต สินค้าสำเร็จรูป เป็นการลดต้นทุน การผลิต เนื่องจากสินค้า IT มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก

-  จากการที่มีประชากรมากทำให้เป็นตลาดที่คุ้มกับการเจาะเข้าไป เนื่องจากจะขายได้ใน ปริมาณมาก

อุปสรรค

-  มีการใช้อุปสรรคด้านการค้าที่มิใช่ภาษี (NTB) หลายประการ

-  ใช้ทรัพยากรบุคคลในฟิลิปปินส์ที่มีความได้เปรียบด้านภาษาให้เป็นประโยชน์ด้านการค้าการลงทุนให้มากขึ้น

-  สร้างเครือข่ายกระจายสินค้าไทยให้มีจำนวนมากขึ้น

-  ส่งเสริมให้มีการสร้างตราสินค้าไทย (Brand Royalty) ในตลาดโดยการเปิดสาขาหรือใช้ระบบ Franchise สินค้าไทยในฟิลิปปินส์

10. AEC ประเทศมาเลเซีย

จุดแข็ง

- อุตสาหกรรม ปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรม Bio-diesel เป็นอุตสาหกรรมที่มีระดับการผลิต เพื่อการส่งออก ที่สูง จนทำให้คลังสำรองปาล์มน้ำมันมี

จำนวน ลดลง เนื่องจากปริมาณ ความต้องการสูงกว่ากำลังการผลิต และยังมีการส่งเสริมด้านวิจัยและพัฒนาตัวสินค้าให้เกิดความหลากหลาย เช่น

การผลิตน้ำมันปาล์มชนิดผง เป็นต้น
- อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเทคโนยีในรูปแบบต่างๆ ที่มีส่วนในการปรับปรุงและยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมี platform ที่สำคัญ คือ Cyber jaya
- การยกระดับของมาเลเซีย ในการเป็นศูนย์กลางด้านฮาลาลของโลก และ การวางมาตรฐานสากลสำหรับการกำหนดตราฮาลาล MS 1500 :2004

ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีสำหรับมาเลเซีย รวมทั้งความน่าเชื่อถือของการเป็นประเทศมุสลิม สามารถเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ
- การจัดการด้าน Logistics แบบครบวงจร ช่วยสร้างความสะดวกสบายแก่ผู้นำเข้า และส่งออก มาเลเซียพยายามลดขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับการ

ตรวจสอบสินค้าและการกำหนดคุณภาพ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่ลูกค้าในการใช้บริการ Logistics ของตน

จุดอ่อน

- มาเลเซียเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยธรรมชาติและวัตถุดิบ แต่จำเป็นต้องนำเข้าสินค้าบางรายการที่มีการผลิตไม่เพียงต่อปริมาณความต้องการของตลาด

ภายในประเทศ เช่น ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก เป็นต้น

- การลงทุนในมาเลเซีย ต้องใช้ต้นทุน ที่สูงกว่าประเทศอื่นๆเมื่อเทียบกับประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน จึงส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเปลี่ยนมาลงทุน

ในประเทศที่ต้นทุนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบและแรงงาน อาทิ เวียดนาม ไทยและอินโดนีเซีย

- สินค้าอาหาร ที่ผลิตในมาเลเซีย ยังมีจำกัดและน้อยมากจำเป็นที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อเกิดความหลากหลายและสร้างแรงกระตุ้นให้กับผู้ผลิตภายในประเทศ

- ธุรกิจการท่องเที่ยวของมาเลเซีย ยังคงจำกัดในวงแคบ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทย

โอกาส

- การพัฒนาการเชื่อมโยงทางอินเตอร์เน็ต (Internet exchange projects) ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการใช้อินเตอร์เน็ต

- มาเลเซียพยายามทุกในการเจรจากับบริษัทต่างชาติในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์ เพื่อปรับปรุง ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างของรถยนต์ เนื่องจากภาวะ

การแข่งขันที่ค่อนข้างสูงและการขยายตัวที่น้อยลง

- มาเลเซียสามารถสร้างตลาดในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์และประเทศอาหรับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศมุสลิมได้แล้ว แต่กระนั้น ได้มีความพยายามเปิดตลาดแห่งใหม่

ซึ่งมีเป้าหมายในทวีปแอฟริกา

อุปสรรค

- การแข่งขันของตลาดรถยนต์แห่งชาติมาเลเซีย Proton และ รถยนต์ต่างชาติ ซึ่งมีคุณภาพที่ดีกว่า ส่งผลให้ยอดขายของรถยนต์แห่งชาติมีจำนวนลดลง

- รัฐ บาลสร้างนโยบายกีดกันภาษีการขายที่ค่อนข้างสูง สินค้าบางรายการไม่สามารถส่งออกไปยังมาเลเซียได้อย่างเต็มที่

- คู่แข่งรายใหม่ของมาเลเซียด้านเทคโนโลยีอย่างเวียดนาม ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากต้นทุนที่ค่อนข้างถูก อีกทั้งการศึกษาที่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ







dot
Username :
Password :
Auto Log in :
bullet Lost Password
bullet Register
dot
dot
dot
Amount : 0 Items
Price : 0.00
bullet View cart
bullet Checkout
dot
dot
www.onergroup.co.th
dot

dot
dot


  [Help]
dot
dot
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


Copyright © 2019 All Rights Reserved.

Oner Group 95 Company limited
Address : Baan Adamas :  No. 62-64 Soi : Ramintra 31 - Ramintra Road - Area :  Bangkhen - Zone : Anusavaree
Province :Bangkok     ZIP code : 10220
Mobile :  (+66)0-2973-1850(Auto))(+66)0-2522-7269(Auto)     
E-mail : bzmatching@gmail.com
Website : www.bzmatching.com